7 ประภาคารสวยของไทย ประภาคารไทยที่ไม่ควรพลาดไปเช็กอิน

เมืองไทยมีประภาคารอยู่หลายแห่งในจังหวัดที่ติดทะเล ซึ่งนอกจากใช้งานทำหน้าที่บอกสัญญาณแก่เรือในทะเลแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว จุดเช็กอินยอดนิยมที่เหมาะกับการไปถ่ายภาพอีกด้วย

ประภาคารเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

11836

ประภาคารที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์ของเกาะลันตา มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าประภาคารปัชโชติวชิราภา ตั้งอยู่สุดทางไปแหลมโตนด พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

แม้ประภาคารแห่งนี้ ไม่ได้สวยโดดเด่นในแง่สิ่งก่อสร้าง แต่หากพิจารณาของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในประภาคารที่มีทิวทัศน์งดงามไม่เป็นรองที่ใด เพราะตั้งตระหง่านอยู่บนเนินผาริมทะเลมองเห็นมาจากระยะไกล หรือหากเดินขึ้นไปบนเนินเขาแล้วมองลงมา ก็จะเห็นทิวทัศน์ของผืนน้ำอันดามันได้สุดลูกหูลูกตา

พื้นที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ตำบลเกาะลันตาใหญ่ เกาะลันตา จ.กระบี่

ประภาคารเขาหลัก จังหวัดพังงา

11837

สร้างขึ้นหลังเหตุสึนามิเมื่อปี 2547 บริเวณหาดนางทอง ซึ่งเป็นหาดทรายสีดำ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งของพังงา ขนาดของประภาคารไม่ใหญ่โตอะไรมากมายเมื่อเทียบกับแห่งอื่น แต่ด้วยพิกัดของประภาคารที่อยู่บนกองหินริมทะเล จึงมีความงามแปลกตา และเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตของผู้มาเยือน

ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

ประภาคารระนอง

11838

ประภาคารความสูงขนาด 8 ชั้น ที่ได้ชื่อว่าเป็นประภาคารที่มีความสูงมากที่สุดในประเทศ และยังเป็นท่าเรือของกรมศุลกากรเชื่อมต่อเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสความงดงามของทะเลเมียนมา ที่เกาะสอง
ประภาคารแห่งนี้มีชื่อเรียกแบบเต็ม ๆ ว่าประภาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากจะใช้ประโยชน์ในการให้แสงสัญลักษณ์ในการเดินเรือยามค่ำคืนแล้ว ยังเหมาะสำหรับการขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ เห็นภาพความงดงามของท้องทะเลอันดามัน ปากแม่น้ำกระบุรี และยังสามารถทอดสายตายาวไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ไกลกัน

ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง
ใช้เส้นทางเขานางหงส์ผ่านหน้าสุสานเจ้าเมืองระนอง

ประภาคาร เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

11840

มีอีกชื่อว่า อัษฎางค์ประภาคาร สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยทรงจีน เด่นเห็นแต่ไกล เมื่อเรือเทียบท่าเข้าสู่เกาะสีชัง และยังมีสีสันของการประดับไฟหลากสีในเวลากลางคืนอีกด้วย

เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต

11841

11842

เป็นประภาคารคู่เมืองภูเก็ตที่งดงามและเต็มไปด้วยความหมาย เนื่องจากชาวภูเก็ต และกองทัพเรือสร้างถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในปีกาญจนาภิเษก พ.ศ. 2539
สร้างด้วยความสูง 50 เมตร หมายถึง จำนวนปีที่ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี เส้นผ่าศูนย์กลางฐานกว้าง 9 เมตร หมายถึง รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และแสงไฟของประภาคาร มองเห็นได้ไกล 39 กิโลเมตร หมายถึง ปีกาญจนาภิเษก พ.ศ. 2539

แหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต

ประภาคารเกาะช้าง จังหวัดตราด

11843

บ้างเรียกว่าประภาคารบางเบ้า ตั้งอยู่ริมทะเลหมู่บ้านชาวประมง บริเวณท่าเรือบางเบ้า บนเกาะช้าง โดดเด่นด้วยสีขาวตระหง่านศิลปะไทยในยุครัชกาลที่ 5 ณ ปลายสะพานท่าเรือ ที่เมื่อมองออกไปเห็นผืนน้ำใสๆ ของอ่าวสลักเพชรซึ่งโอบล้อมด้วยแนวเขาเขียวขจี

เกาะช้าง จ.ตราด

ประภาคารแหลมงอบ จังหวัดตราด

11844

เป็นอีกหนึ่งประภาคารสวยของจังหวัดตราด ซึ่งถือเป็นประภาคารสุดปลายแผ่นดินใหญ่ในฝั่งตะวันออกของไทย สร้างไว้เมื่อปี 2551 โดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ สีขาวพาดแดงสะดุดตา เป็นเอกลักษณ์ให้จดจำ และถือเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด ทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม บรรยากาศโรแมนติก

อ.แหลมงอบ จ.ตราด

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/travel/1431317/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/travel/1431317/

เรื่องที่เกี่ยวข้อง