ท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ COVID-19 ให้ได้

บางทีมันอาจจะนานเกินไปแล้วก็ได้ที่เราต้องหยุดหรือชะลอหลาย ๆ กิจกรรมโดยรอให้โควิด-19 ผ่านพ้นไปก่อน เพื่อที่เราจะกลับมาใช้ชีวิตกันแบบปกติเหมือนเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้รู้จักกับโรคนี้ แต่เหมือนว่าการรอให้วันนั้นมาถึงจะยิ่งเลือนราง เพราะเราไม่รู้เลยว่าสถานการณ์นี้มันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ต้องรออีกนานแค่ไหน ที่เรารู้กันตอนนี้ก็มีแค่โควิด-19 จะยังอยู่กับพวกเราไปอีกนาน

การมีวัคซีนก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความหวังมากขึ้น กล้าที่จะออกไปไหนมาไหน สถานที่ท่องเที่ยวกลับมาเปิดให้บริการ แต่เราก็ต้องปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่างที่เคยชิน เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งหลาย ๆ คนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะมันก็ยังดีกว่าการที่เราออกไปไหนไม่ได้ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ต้องปิดให้บริการยาวแบบไม่รู้ว่าจะกลับมาเปิดอีกเมื่อไรเป็นไหน ๆ ในเมื่อเรายังต้องอยู่กับโควิด-19 กันต่อไป เราก็คงต้องเที่ยวกันแบบที่ปรับตัวให้อยู่กับโควิด-19 ให้ได้มากกว่าจะรอให้มันหมด แล้วเราจะเที่ยวแบบไหนได้บ้าง

เที่ยววันธรรมดา เลี่ยงคนเยอะ

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะยังเลือกท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดหรือช่วงเทศกาล เพราะมันสะดวกกว่าเรื่องการวางแผนเที่ยวกับครอบครัว รวมถึงเพื่อนฝูงที่สามารถหยุดตรงกันได้ ที่สำคัญไม่กระทบกับการทำงาน แต่เวลานี้หลายคนเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาเที่ยวช่วงวันธรรมดาที่ไม่ตรงกับวันหยุดเทศกาลกันมากขึ้น โดยเลือกไปเมืองรองมากกว่า เนื่องจากลดจำนวนคนที่จะพลุกพล่านตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดโควิด-19 ที่สำคัญยังเดินทางสะดวก รถไม่ติด ไม่ต้องแย่งกันกินกันใช้ ที่พักราคาประหยัดกว่าเพราะไม่ตรงวันหยุดหรือช่วงไฮซีซั่น อารมณ์ก็ไม่เสียด้วย อยากถ่ายรูปเล่นก็พอจะถอดหน้ากากถ่ายได้สบาย ๆ คนไม่เยอะ และไม่ต้องกลัวจะถ่ายติดนักท่องเที่ยวด้วยกันเอง

ท่องเที่ยวแบบแคมปิ้งกำลังมาแรง

ในเมืองไทย การท่องเที่ยวกลางแจ้ง แบบที่ออกไปนอนเต็นท์ สัมผัสกับชีวิตที่ติดดิน มองท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ไร้แสงไฟจากตัวเมือง ตื่นมาพบกับทะเลหมอกหรือเสียงคลื่นในยามเช้า กลายเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มาแรงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ยิ่งในช่วงของโรคระบาดการเที่ยวแบบแคมปิ้งกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการท่องเที่ยวแบบที่ไม่ต้องเสี่ยงกับการเจอผู้คนมากมาย หรือเข้าพักในที่พักที่ไม่แน่ใจในเรื่องการจัดการความสะอาด ทุกวันนี้การออกไปตั้งแคมป์ไม่จำเป็นว่าเราต้องลำบากตรากตรำ ที่สำคัญยังได้ย้อนความทรงจำในวัยเยาว์ หลีกหนีชีวิตที่จำเจแล้วออกไปผจญภัยกับธรรมชาติสวย ๆ และประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงมากนัก

Staycation เป็นวิธีการเที่ยวที่ไม่เลวเลย

ข้อมูลจากเว็บไซต์จองที่พักยอดฮิตอย่าง Booking.com เชื่อว่าการท่องเที่ยวแบบ Stacation จะเป็นเทรนด์ที่มาแรงต่อเนื่องในช่วงโรคระบาด เพราะคนเบื่อบ้านกันสุด ๆ โดย Staycation เป็นการผสมคำระหว่างคำว่า Stay ที่แปลว่า การพักหรือการอาศัยอยู่กับที่ที่หนึ่ง และ Vacation ที่แปลว่า วันหยุดพักผ่อน วันว่าง การออกไปพักผ่อน พอมารวมกัน Staycation ก็คือ การพักผ่อนภายในประเทศหรือย่านใกล้บ้าน ซึ่งนี่เป็นวิธีการพักผ่อนในประเทศ หรือท่องเที่ยวในละแวกใกล้ ๆ ที่ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องลาหยุดหลายวัน ไม่ต้องเคลื่อนย้ายมาก การเที่ยวแบบ Staycation จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย พักผ่อนใกล้บ้าน แต่ได้ฟีลเหมือนไปเที่ยวไกล ๆ

เที่ยวไปทำงานไป เพราะเราทำงานจากที่ไหนก็ได้

แม้ว่าการ Work from Home ที่เราทำกันมานานตั้งแต่มีโรคระบาดจะทำให้เราหดหู่กับบ้านไม่น้อย แต่มันก็ทำให้เราก็ค้นพบว่าเราสามารถทำงานจากที่บ้านได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ นอกจากนี้เรายังเล็งเห็นอีกว่าเราก็น่าจะทำงานจากที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่บ้านเหมือนกัน! ขอแค่มีอุปกรณ์ มีอินเทอร์เน็ต ทุกอย่างก็เชื่อมเข้าหากันได้ไม่ว่าตัวเราจะอยู่ที่ไหน เทรนด์การทำงานระยะไกล หรือ Remote Work จึงเริ่มเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นหลังจากที่คนเริ่มเดินทางได้อย่างอิสระ รวมถึงความรู้สึกที่เบื่อบ้านมากกันเหลือเกิน ใจก็อยากเที่ยว ดังนั้น เราอาจจะทำเรื่องกับที่บริษัทขออนุญาตไปเที่ยว แต่สามารถทำงานให้เสร็จได้ มีงานส่ง เข้าประชุมได้ ติดต่อลูกค้าได้ เท่านี้ก็เวิร์กแล้วนะ!

เที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมและพลังงานคือเรื่องใหญ่

นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและพลังงานกันมากขึ้น ขนาดที่ว่ายินดีที่จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อให้การเดินทางของตนเองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะตั้งแต่โลกรู้จักกับโควิด-19 เราล้วนร่วมกันทำลายโลกทางอ้อมโดยไม่ตั้งใจ การรณรงค์เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทำมาก่อนหน้านี้แทบจะสูญสิ้น โดยเฉพาะเรื่องขยะ โรคระบาดทำให้แผนลดขยะไม่สามารถดำเนินการต่อได้สะดวกนัก และอื่น ๆ ที่สวนทางกับการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งพวกเราก็เห็นแล้วว่ามันหนักหน่วงแค่ไหน จึงเกิดกระแสการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน หรือที่เรียกว่าเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เน้นเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบทั้งต่อสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/travel/1431497/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/travel/1431497/

เรื่องที่เกี่ยวข้อง