สวนหินพุหางนาค เส้นทางศึกษาธรรมชาติชมหินสวยแปลกตา Hidden Gem แห่งสุพรรณบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรีถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งทางด้านโบราณสถาน ประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่ถ้าเอ่ยชื่อของสวนหินพุหางนาค เชื่อเลยว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนแน่นอน แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบแต่อย่างใด แต่เป็นดั่ง Hidden Gem ที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองสุพรรณมาอย่างยาวนาน ที่นี่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมที่ดูแปลกตา เหมือกับว่าพาเราเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งเลย ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปสำรวจสวนหินพุหางนาคกันครับ

line_album_14665_220614_9

line_album_14665_220614_10

สวนหินพุหางนาค เป็นแหล่งศึกษาธรณีวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย มีพื้นที่อยู่ในเขตอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยประวัติของชื่อพุหางนาคนั้นพี่เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าคำว่าพุนั้นหมายถึงบ่อน้ำที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์กันในยุคอดีตซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้ และมีเรื่องเล่าว่าชาวบ้านที่ขึ้นไปตักน้ำบนเขาได้พบเห็นกับพญางูใหญ่ที่บริเวณบ่อน้ำ จึงได้กลายเป็นที่มาของชื่อพุหางนาคมาจนถึงทุกวันนี้

line_album_14665_220614_14

สำหรับเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่สวนหินพุหางนาคนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายเส้นทางแล้วแต่เราว่าจะเลือกเส้นทางไหน มีตั้งแต่เส้นทางระยะใกล้ ไปจนถึง ระยะไกล ซึ่งด้วยความที่เรามีเวลาน้อย จึงเลือกเส้นทางระยะใกล้ ระยะทางไป-กลับประมาณ 800 เมตร ใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 ชั่วโมง 

line_album_14665_220614_11

เริ่มต้นเดินทางนั้นเราจะได้แวะสักการะหลวงปู่ใหญ่ พระนอนองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำบริเวณสำนักสงห์พุหางนาค ซึ่งเป็นจุดเริ่มเดินของเรา องค์พระมีความยิ่งใหญ่และสวยงามมาก ใครมาเดินที่พุหางนาคเป็นต้องแวะมาสักการะกันทุกคนเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

line_album_14665_220614_12หลวงปู่ใหญ่

ต่อจากนั้นระหว่างทางเดินเราจะได้สัมผัสกับความงดงามและอุดสมบูรณ์ของป่าเมืองสุพรรณ ที่นี่มีต้นไม้แปลกๆ ที่หาชมได้ยากมากมาย หนึ่งในนั้นคือต้นจันผา ที่มีความใหญ่โตและมีลักษณะที่งดงามมากๆ พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้นจันผานี้มีอายุการเติบโตที่ช้ามากๆ บางต้นอายุ 100 กว่าปีแล้วยังต้นแค่นิดเดียวก็มี เป็นอีกหนึ่งต้นไม้ทรงคุณค่าของป่าเมืองสุพรรณจริงๆ

line_album_14665_220614_31

เดินกันมาได้สักพักเราก็จะได้พบกับประตูเมืองลับแล ตรงจุดนี้เป็นช่องหินที่มีความแคบขนาดคนเดินได้ประมาณ 1 คนพอดี ซึ่งเป็นดั่งประตูมิติที่จะเราทุกคนเข้าไปชมความงดงามของสวยหินมหัศจรรย์ด้านในพุหางนาค

line_album_14665_220614_19ประตูเมืองลับแล

เมื่อผ่านเส้นประตูเมืองลับแลมาแล้ว เราก็จะได้พบกับหินรูปทรงแปลกตามากมาย ทั้งหินรูปปลา รูปหัวใจ รูปงู หินรูปจระเข้ หินรูปวานรยักษ์ หินที่ถูกปกคลุมด้วยรากต้นโพธิ์ หินวาฬแม่ลูก และหินรูปเต่าเป็นต้น 

line_album_14665_220614_18หินหน้าวานร
line_album_14665_220614_20หินรูปปลา
line_album_14665_220614_40หินวาฬแม่ลูก
line_album_14665_220614_7หินถูกปกคลุมด้วยรากต้นโพธิ์
line_album_14665_220614_8หินรูปหัวใจ

ตลอดเส้นทางเดินต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นตื่นใจมาก กับการเดินชมและจินตนาการภาพของหินรูปทรงต่างๆ เป็นหนึ่งในอันซีนของเมืองสุพรรณที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักแต่อยากให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสจริงๆ

line_album_14665_220614_21หินหัวงู

line_album_14665_220614_33หินรูปเต่า
line_album_14665_220614_34หินรูปเจระเข้

นอกจากการเดินชมหินต่างๆ แล้ว ที่พุหางนาคยังมีจุดชมวิวระหว่างทาง ที่คุณสามารถชมวิวได้แบบพาโนรามาเลยสวยงามมากๆ มาแวะนั่งพักเหนื่อยชมวิวอันเขียวขจีจากผืนป่าเมืองสุพรรณแบบชิลๆ 

line_album_14665_220614_27
line_album_14665_220614_28
line_album_14665_220614_29

เราใช้เวลาเดินไปกลับในเส้นทางสวนหินพุหางนาคกันจนอิ่มเอมกับธรรมชาติเต็มที่ ได้เดินเล่นหามุมถ่ายรูปสวยๆ เดินชมจินตนการหินรูปทรงต่างๆ รวมไปถึงได้ศึกษาความหลากหลายทางธรรมชาติที่นี่ บอกเลยว่าเป็นเส้นทางที่น่าสนใจมากๆ หากได้รับการพัฒนาและประชาสัมพันธ์ดีๆ ที่นี่จะกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของสุพรรณบุรีอีกแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน 

line_album_14665_220614_22
line_album_14665_220614_23
line_album_14665_220614_25

แต่ข้อควรระวังหากมาเที่ยวที่นี่คือไม่ควรหยิบจับหรือสัมผัสกับธรรมชาติมากเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมโทรม โดยเฉพาะชั้นหินที่มีความบอบบาง เพื่อให้ความสวยงามนี้ยังคงอยู่ให้รุ่นหลังๆ เราได้ชื่นชมกันในอนาคตครับ

line_album_14665_220614_26

line_album_14665_220614_0ต้นไม้สองเพศ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตั้ง : ตำบล อู่ทอง อำเภออู่ทอง สุพรรณบุรี

พิกัดพุหางนาค : https://goo.gl/maps/89j9aS4jWS7cAtSG6

ติดต่อสอบถาม : 035 525 880 ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/travel/1432933/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/travel/1432933/

เรื่องที่เกี่ยวข้อง